วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สิทธิผู้บริโภคไทย 5 ประการ 

             กระแสความคิดในการคุ้มครองผู้บริโภคมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับนานาชาติเท่านั้น ประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค  และได้มีการออกกฎหมายที่กล่าวถึงสิทธิ์ผู้บริโภคในภาพรวม ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปีพ.ศ. 2541 กำหนดให้ผู้บริโภคไทยได้รับสิทธิ์   5 ประการ  คือ....

1.   สิทธิ์ที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
2.   สิทธิ์ที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
3.   สิทธิ์ที่จะไดรรับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
4.   สิทธิ์ที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
5.   สิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ปัจจุบันมีสินค้าและบริการอยู่ในตลาดสินค้ามากมาย
            ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภค เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ดีและมีคุณภาพจากผู้ประกอบการ และเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ผู้บริโภคควรคิดพิจารณาในเรื่องของข่าวสารข้อมูลที่มี มากับตัวสินค้า ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และเลือกดูว่าสินค้าที่จะเลือกใช้นั้นมีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร แล้วรวมกลุ่มกันระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง เพื่อเป็นกลุ่มพลังต่อรองทางการค้า และเป็นหนทางรักษาซึ่งสิทธิ์ ของผู้บริโภคจากผู้ประกอบการ


สิทธิ์ของผู้บริโภคในระดับสากล

           
               ในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้มีการตื่นตัวและเปลี่ยนแปลงในเรื่องการรักษาสิทธิ์ แต่ส่วนมากก็ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ์ต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่ไม่ทราบถึงวิธีการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้ององค์กรสหพันธ์ผู้บริโภค ( International Organization of Consumer Union ) ได้กำหนดสิทธิ์ผู้บริโภคไว้   8 ประการ   คือ...
1.   สิทธิ์ที่จะได้รับความปลอดภัย
2.   สิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร
3.   สิทธิ์ที่จะได้รับเครื่องอุปโภคบริโภคในราคายุติธรรม
4.   สิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม
5.   สิทธิ์ที่จะได้รับค่าชดใช้ความเสียหาย
6.   สิทธิ์ที่จะได้รับบริโภคศึกษา
7.   สิทธิ์ที่จะได้รับควมจำเป็นขั้นพื้นฐาน
8.   สิทธิ์ที่จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด


               สิทธิ์ทั้ง  8  ประการนี้ถือเป็นบรรทัดฐานให้แก่ประเทศต่างๆ เพื่อนไปเป็นแนวทางในการดูแลมิให้ผู้บริโภคในประเทศถูกเอารัดเอาเปรียบ  จากการดำเนินชีวิตภายใต้ระบบการค้าเสรีตามแนวทางทุนนิยม ระบบการค้าเสรี  คือ รูปแบบการค้าประเภทหนึ่ง ที่ปล่อยให้การซื้อขายสินค้าหรือบริการทำการซื้อขายกันในตลาดได้อย่างอิสระโดยอยู่ภายใต้กรอบและกฎเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคในหลาย ๆ ด้าน  เช่น การแข่งขันในด้านการผลิตสินค้า การพัฒนาคุณภาพและรูปแบบของสินค้า การหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบใหม่ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค สภาพการตลาดการค้าเสรีในปัจจุบัน เน้นอิสรภาพในการซื้อขายเป็นหลัก ทำให้มีกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ จากผู้ประกอบการเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในบางครั้งผู้บริโภคตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบจากการประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการกักตุนสินค้าจนทำให้สินค้าขาดแคลนและมีราคาแพง ดังนั้นผู้บริโภคอย่างเราจึงต้องปกป้องสิทธิ์ตามที่กฎหมายคุ้มครอง และในเมื่อเรามีสิทธิ์เราต้องใช้สิทธิ์ปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง หากละเลยและไม่ใช้สิทธิ์อันชอบธรรมนั้น ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบเราต่อไป
ผู้บริโภค คือ….


           ผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522  หมายความว่า ผู้ซื้อ หรือ ผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้า หรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบรุกิจโดยชอบแม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม ผู้บริโภคจึงมีความสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจการตลาดของประเทศนับได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของผู้ประกอบธุรกิจมากถึงขนาดเปรียบเทียบว่า ผู้บริโภคคือ พระราชา แต่ในความหมายของตลาด ก็คือ คนซื้อ คนใช้บริการนั้นเอง ถึงแม้ว่า ผู้บริโภคจะมีความสำคัญมากขนาดไหน สำหรับผู้ประกอบการ แต่ก็ยังมิวายที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ขาดคุณธรรม  และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการบางราย